Sign Up!
Login

ยินดีต้อนรับสู่ วัดธัมมธโร
อาทิตย์, 05 กันยายน 2010 05:32 EST

วันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา
ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘

วันเข้าพรรษา ระยะเวลาเข้า พรรษานั้น กำหนดเป็น 2 ระยะ คือ ปุริมพรรษา และปัจฉิมพรรษา

  • ปุริมพรรษา คือ วันเข้าพรรษาต้น ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
  • ปัจฉิมพรรษา คือ วันเข้าพรรษาหลัง สำหรับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 ไปจนถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

คำว่า เข้าพรรษา แปลว่า พักฝน คือวันที่พระภิกษุสงฆ์อธิฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ สถานที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลา ๓ เดือน โดยไม่เที่ยวจาริกไปค้างแรมที่อื่น ซึ่งตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ระยะเวลาดังกล่าวนี้จะตรงกับ หน้าฝน ของทุกปี

การเข้าพรรษานี้เป็นพุทธบัญญัติ วันหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ในกรุงราชคฤห์ มีพระภิกษุบางรูปแม้เมื่อถึงฤดูฝน ก็ยังพากันจาริกไปมา เที่ยวเหยียบย่ำข้าวกล้าหญ้าและสัตว์เล็กสัตว์น้อยให้เกิดความเสียหายและตาย ไป ประชาชนจึงพากันติเตียนว่าไฉนพระสมณศากยบุตรจึงเที่ยวจาริกไปมาอยู่ทุกฤดู กาล พากันเหยียบย่ำข้าวกล้าและต้นไม้ตลอดจนสัตว์เล็กสัตว์น้อย ตายจำนวนมาก แม้พวกเดียรถีย์และปริพาชก ก็ยังหยุดพักในฤดูฝนหรือจนแม้แต่นกก็ยังรู้จักทำรังเพื่อพักหลบฝน เมื่อความเรื่องนี้ทราบถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงบัญญัติเป็นธรรมเนียมให้พระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาในที่แห่งเดียวตลอด 3 เดือน คือ ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๘ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ ห้ามมิให้พระภิกษุเที่ยวไปค้างคืนที่อื่น หากมีธุระกิจเป็นอันชอบด้วยพระวินัย จึงไปได้ด้วยการทำสัตตาหกรณียะ คือต้องกลับมาที่พักเดิมภายใน ๗ วัน ความจำเป็นที่อนุญาตให้ภิกษุไปค้างคืนที่อื่นได้ในระหว่างพรรษามี ๔ ประการ คือ
          ๑. ไปรักษาพยาบาลภิกษุไข้ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
          ๒. ไประงับภิกษุผู้กระสันอยากจะสึก
          ๓. ไปเพื่อธุระของสงฆ์ เป็นต้นว่า วิหารชำรุดไปหาวัสดุมาปฏิสังขรณ์
          ๔. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา

*********

Last Updated อาทิตย์, 14 มีนาคม 2010 03:05 EST|32 Hits View Printable Version

วิทยุธรรมะออนไลน์



My Account





Sign up as a New User
Lost your password?

กล่องฝากข้อความ

ประชาสัมพันธ์

 
 
 
 
 
 
 

ธรรมะประจำสัปดาห์

อธิจิต

ดวงจิตของเราซึ่งตามธรรมชาติธรรมดาย่อมจมอยู่ด้วยกิเลสอาสวะ อันติดมาแต่กำเนิดเสียเป็นส่วนมาก เมื่อ เรามามุ่งชะล้างออก ก็ต้องอาศัยความพยายาม ถ้าไม่เช่นนั้นจิตของเราก็จะถูกดูดเลื่อนลอยไปตามกระแสของมัน ดวง จิตธรรมชาติเป็นดวงจิตที่แก้ไขดัดแปลงได้ ไม่เหลือความสามารถของใคร ถ้ามุ่งจริง เพียรจริง พุทธบริษัทผู้มุ่งความหลุดพ้น พึงทำจิตของตนให้ถึง อธิจิต โดยความไม่ประมาทเถิด อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธานสาสนํ พระองค์ทรงตรัสไว้ดังนี้ อธิจิต นี้ แปลว่า จิตที่ยิ่ง สามารถที่จะขึ้นเหนือกิเลสกรรม การที่จะขึ้นถึง อธิจิตนั้น มีอยู่ ๒ ประการ คือ ๑. ดวงจิตของตนไม่มีคุณธรรมอันยิ่ง แต่ตนทำให้ยิ่งด้วยความเพียร ๒. ดวงจิตมีคุณธรรม และอาศัยคุณธรรมนั้นปกป้องจิตเอาไว้ให้อยู่เหนือกิเลสกรรม

โอวาท:ท่านพ่อลี ธัมมธโร

อ่านรายละเอียด

บทความรายปักษ์

ทำดีคิดดีมีแต่ความสุข
โดย สีตัล

คำว่า “เห็นใจ” หมายถึง “รู้จักเอาใจเขา มาใส่ใจเรา” พูดง่ายๆ ก็คือ รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลแก่คนอื่นบ้าง ในคราวที่เขาได้รับทุกข์ยากเดือดร้อนก็ดี ในคราวประสบเคราะห์กรรมดี เมื่อทราบเรื่องของเขาแล้วก็จะไม่นิ่งดูดายหรือเฉยเมยเสีย พยายามช่วยบำบัดปัดเป่าความทุกข์ยากของเขาเท่าที่เราจะช่วยได้ แม้จะช่วยอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ ก็ขอเพียงแต่แสดงน้ำใจให้เขารู้ว่าตนก็พลอยเสียใจในเหตุการณ์ที่เขาต้องประสบนั้นด้วย เช่นนี้ เรียกว่า “มีความเห็นใจผู้อื่น”
อ่านรายละเอียด

คติธรรม

เรื่องของโรค

โรคป่วยทางกายบางคนอาจจะพอยืนยันได้ว่า ชีวิตเกิดมาเกือบร้อยปีแทบจะไม่เคยป่วยทางกายเลย แต่ว่าป่วยทางใจนี่ไม่มีใครสามารถที่จะยืนยันได้ว่า ตัวเองไม่เคยป่วยทางใจ ...

โอวาทบางตอน: พระปรีชาญาณวิเทศ

อ่านรายละเอียด

ค้นหา