ยินดีต้อนรับสู่ วัดธัมมธโร
อาทิตย์, 05 กันยายน 2010 05:34 EST

๑. ความเป็นมา
วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เริ่มก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ มีพิธีฉลองวัดแห่งใหม่บนที่ดินขนาด ๘ ไร่ ๒ งาน ตั้งอยู่ ณ เลขที่ ๘๐ ถนน Archibald เขต Lyneham เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๔๒โดยมี ฯพณฯ วิลเลียม ดีน ผู้สำเร็จราชการประจำประเทศออสเตรเลีย เป็นประธาน และได้มอบตราสัญลักษณ์ประจำไว้ให้แก่ทางวัด
ในปีพุทธ ศักราช ๒๕๔๘ พุทธบริษัททั้งในออสเตรเลียและประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้มีมติร่วมกันที่จะดำเนินการก่อสร้างเขตพุทธาวาสเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช ณ วัดธัมมธโร ประกอบด้วยพระมหาธาตุเจดีย์ อุโบสถ และวิหารคต เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี และเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
• เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเทอดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรมไทย
• เพื่อทำนุบำรุงและสืบทอดพระพุทธศาสนาเป็นพุทธบูชา โดยการจัดสร้างสถานที่ประกอบสังฆกรรมตามพุทธบัญญัติ และเป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยสำหรับลูกหลานชาวไทยและชาว ออสเตรเลียสืบต่อไป
• เพื่อเชิดชูเอกลักษณ์ของศิลปะสถาปัตยกรรมไทย อันเป็นมรดกของแผ่นดิน
อนึ่ง สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ทรงกรุณารับโครงการ ก่อสร้างเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติฯไว้ในสังฆราชูปถัมถ์และได้ทรงประทานพระ บรมสารีริกธาติแก่พระปรีชาญานวิเทศเพื่อนำไปบรรจุในพระมหาธาตุเจดีย์ที่จะ สร้างขึ้นต่อไป
๒. เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์ในเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ
เขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติฯ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยรัตนโกสินทร์จากการออกแบบโดยอาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ศิลปินแห่งชาติ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร และโดยที่แบบของพระเจดีย์ในเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ จำลองมาจากพระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย และพระราชทานลายพระหัตถ์ปรับแก้ใขแบบ เอกอัครราชทูตธวัชชัย ทวีศรี กรรมการที่ปรึกษาโครงการ จึงได้นำความกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาติให้ก่อสร้างพระเจดีย์ตามแบบดัง กล่าวและถวายแบบเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย
ต่อมา เมื่อวัน ๑๖ เมษายน ๒๕๔๙ วัดธัมมธโร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแบบก่อสร้างพระเจดีย์ตามที่ทรงมีพระบรมราช วินิจฉัยให้แก้ไขเพิ่มเติม และทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงเจิมแผ่นพระฤกษ์ทอง เงิน นาก แทนพระองค์เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๙ ณ วังศุโขทัย อนึ่ง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระบรมโอราสาธิราช ฯ ได้พระราชทานวโรกาสให้นางสาวสุจิตรา หิรัญพฤกษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ทูลเกล้าถวายเงิน ๑๒ ล้านบาท ในนามคณะกรรมการดำเนินการจัดสร้าง ฯ จากนั้น ได้ทรงถวายปัจจัยจำนวนดังกล่าวแก่พระปรีชาญานวิเทศเพื่อสมทบเป็นค่าก่อสร้าง พระเจดีย์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง
พระสาสนโสภณ (เจ้าอาวาสวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม) ประธานคณะกรรมการอำนวยการ และ ฯพณฯ นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา และผู้มีจิตศัทธาได้ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญแผ่นพระฤกษ์ไปบรรจุ ณ บริเวณก่อสร้างเขตพุทธาวาส เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2550
ลักษณะเขตพุทธาวาสเฉลิม พระเกียรติ ฯ
เขต พุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ ซึ่งได้รับพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยพระมหาธาตุเจดีย์ อุโบสถ และวิหารคต บนพื้นที่ดินขนาดประมาณ ๒ ไร่เศษ ภายในบริเวณวัดธัมมธโร มีพื้นใช้สอยประมาณ ๑,๐๘๙ ตารางเมตร โดยทั้งบริเวณจัดสร้างเป็น ๒ ชั้น เนื่องจากลักษณะของที่ต่ำกว่าตัว อาคารวัดปัจจุบัน จึงจะทำให้มีที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมได้เพียงพอต่อความต้องการ ในอนาคต
๒.๑ พระมหาธาตุเจดีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวได้ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้ปรับปรุงแบบเพื่อให้พระมหาธาตุเจดีย์มีขนาดที่ ได้สัดส่วนสง่างาม โดยมีความ ความสูงจากพื้นถึงยอดเจดีย์องค์ใหญ่ ๒๓ เมตร และความกว้าง ๑๒.๒๙ เมตร ประกอบด้วยเจดีย์องค์ใหญ่ ๑ องค์ ล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็ก ๘ องค์ รวมเป็น ๙ องค์ และมีซุ้มสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปรอบองค์เจดีย์ ๑๒ ซุ้ม ภายในจะมีแท่นประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเพื่อให้สาธุชนทั่วไปได้สักการะ บูชา
พระมหาธาตุเจดีย์
๒.๒ อุโบสถ มีความกว้าง ๖ เมตรยาว ๑๓ เมตร จุคนได้ประมาณ๕๐ คน การออกแบบคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยในการประกอบสังฆกรรมตามพุทธบัญญัติเป็น ปัจจัยหลัก เน้นความเรียบง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษา และจะสอดคล้องกับภูมิทัศน์ของบริเวณก่อสร้าง ที่รอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ภายในอุโบสถจะตกแต่งด้วยศิลปกรรมที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ไทยสมัยรัตนรัตน โกสินทร์ ที่มีความวิจิตรงดงาม สำหรับองค์พระประธาน คณะกรรมการดำเนินการจัดสร้าง ฯ จะขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเลือกแบบต่อไป
๒.๓ วิหารคต ล้อมพระมหาธาตุเจดีย์ และอุโบสถ จะประดิษฐานพระพุทธรูป และจิตรมากรรมพุทธประวัติ นอกจากนั้น จะเป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑ์พุทธศาสนา และใช้เป็นสถานที่ศึกษาและปฏิบัติภาวนา ตลอดจน การเรียนการสอนภาษา และวัฒนธรรมไทยแก่ชุมชนไทย และชาวต่างชาติที่สนใจ
เพื่อให้เขต พุทธาวาส ฯ มีความคงทนถาวรและสอคคล้องกับวิธีการก่อสร้างในประเทศออสเตรเลีย แต่ยังคงรักษาความสวยงามของสถาปัตยกรรมไทยให้มากที่สุด จึงใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูปผลิตด้วยซีเมนต์ผสมใยแก้วสำหรับก่อสร้างพระมหาธาตุ เจดีย์ อุโบสถและวิหารคต ซึ่งคณะอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้ออกแบบก่อสร้างโครงการนี้ เป็นผู้ออกแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างวิจิตรงดงาม และสร้างพิมพ์ของแต่ละชิ้นส่วนก่อนที่จะให้มีการหล่อด้วยซีเมนต์ผสมใยแก้ว โดย บริษัทคนไทยในประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ เขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ จะเป็นศาสนสถานในต่างประเทศแห่งแรกที่มีการก่อสร้างโดยวิธีการนี้
๓. ผลที่จะได้รับ/ประโยชน์ใช้สอย
๓.๑ เขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ เป็นสัญญลักษณ์ของความงดงามของ สถาปัตยกรรมไทยรัตนโกสินทร์ และเป็นเครื่องบ่งชี้ประการหนึ่งถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา การจัดสร้างเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยอุโบสถ พระมหาธาตุเจดีย์ และวิหารคตดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และการแพร่ขยายของพุทธศาสนา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้หยั่งรากลึกในประเทศออสเตรเลีย
๓.๒ เขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติฯ จะเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอน และการปฏิบัติธรรมของพระพุทธองค์ สำหรับชาวไทย และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ทั้งในเขตนครหลวง และรัฐอื่น ๆ ของประเทศออสเตรเลีย ตลอดจนชาวต่างชาติที่มาเยือน
๓.๓ พระสงฆ์สามารถประกอบสังฆกรรมตามพุทธบัญญัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุปสมบทผู้มีจิตศรัทธาทั้งที่เป็นลูกหลานชาวไทยและชาว ออสเตรเลีย อันจะเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญงอกงามในต่างแดน อีกทั้งยังใช้เป็นสถานที่จัดงาน ส่งเสริมวัฒนธรรมและประเพณีไทยต่าง ๆ อันจะนำไปสู่ความสมานสามัคคีของชาวไทยในประเทศออสเตรเลีย และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้แก่คนออสเตรเลียและชาวต่างชาติที่มาเยือนกรุง แคนเบอร์รา โดยเฉพาะจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษาชาวออสเตรเลียที่ศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
๓.๔ สร้างความภาคภูมิใจ และความสมานสามัคคีในหมู่คนไทยในออสเตรเลียโดยที่โครงการนี้ได้รับการสนับ สนุนมิเพียงแต่จากคนไทยในกรุงแคนเบอร์ราเท่านั้น คนไทยในรัฐอื่น ๆ ก็มีส่วนร่วมให้การอุปถัมภ์ด้วย นอกจากนั้น ยังเป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์กับคนไทยในประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนโครงการ นี้อีกด้วย
๓.๕ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง นักท่องเที่ยวได้ชมความงามของศิลปะกรรมไทยรัตนโกสินทร์ และเรียนรู้วัฒนธรรมไทย
๔. ประมาณการค่าก่อสร้าง
โดยคำนึงถึงอัตราค่าครองชีพตลอดจนอัตราค่าแรงที่สูงมากใน ประเทศออสเตรเลีย ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเขตพุทธาวาสและ งานจิตรกรรม ภูมิสถาปัตย์ สิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องป้องกันภัยตามข้อบังคับแห่งรัฐประมาณการโดยการคำนวณ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างขั้นต้นอยู่ที่ ๑๘๐ ล้านบาท โดยมีประมาณการดังนี้ (ราคาค่าก่อสร้างในออสเตรเลียคูณด้วย๒๗ บาท) อย่างไรก็ดี หากการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปสามารถทำได้ในประเทศไทยตามที่คาดหมายไว้ จะช่วยให้มีการจ้างงานและกระจายรายได้ภายในประเทศได้
การรณรงค์เพื่อหารายได้ในการก่อสร้างได้ดำเนินไปอย่างต่อ เนื่องตั้งแต่ต้นทั้งในประเทศออสเตรเลียและในประเทศไทย โดยคณะกรรมการดำเนินการจัดสร้าง ๆ ได้ขอการสนับสนุนจากคนไทยและพุทธศาสนิกชนทั่วไปในวงการต่าง ๆและหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากโครงการนี้ได้รับการอนุมัติให้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดสรรงบประมาณให้ในชั้นต้น ๒ ล้านบาท ขณะนี้ เงินบริจาคที่ได้รับมีจำนวนเพียงพอสำหรับการดำเนินงานขั้นแรกเท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องรณรงค์ขอความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาที่จะอนุเคราะห์ ให้โครงการนี้สำเร็จสมเจตนารมณ์เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีแก่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป การสนับสนุนอย่างแข็งขันจากภาครัฐจะเป็นแรงผลักดันสำคัญ ให้การจัดสร้างเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ บรรลุผลสำเร็จได้ตามกำหนดการที่วางไว้
๕. กลไกดำเนินการ มีดังนี้
• คณะกรรมการที่ปรึกษา มี ฯพณฯ พลเอกพิจิต กุลวณิชย์ องค์มนตรี เป็นประธาน
• คณะกรรมการอำนวยการฯ มีพระสาสนโสภณ เจ้าอาวาสวัดราชบพิตสถิตมหาสีมาราม เป็นประธาน
• คณะกรรมการดำเนินการจัดสร้าง มีพระปรีชาญาญวิเทศ เจ้าอาวาสวัดธัมมธโร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนางสาวสุจิตรา หิรัญพฤกษ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
• คณะกรรมการก่อสร้าง มีพระปรีชาญานวิเทศ เป็นประธาน
• คณะผู้ออกแบบก่อสร้างและที่ปรึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมฝ่ายไทย ประกอบด้วยอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
๑. อาจารย์วนิดา พึ่งสุนทร ( สถาปนิก)
๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์บัญชา ชุ่มเกษร (วิศวกร)
๓. อาจารย์ประกิจ ลัคนผจง (สถาปนิกผู้ช่วย)
๔. อาจารย์ตะวัน วีระกุล (สถาปนิกผู้ช่วย)
๕. อาจารย์สุรศักดิ์ บำรุงเรือน (สถาปนิกผู้ช่วย)
๖. ระยะเวลาดำเนินการ
การก่อสร้าง และการตบแต่งศิลปกรรมไทยรัตนโกสินทร์ภายในจะใช้เวลาประมาณ ๒ ปีครึ่ง นับตั้งแต่การจัดทำแบบที่สมบูรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. ๒๕๕๔ หรือแล้วเสร็จภายในระยะเวลาใกล้เคียง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการรับบริจาคปัจจัยจากผู้มีจิตศัทธา โครงการนี้เป็นความร่วมมือร่วมใจของผู้มีจิตศรัทธาที่จะแสดงความจงรักภักดี ด้วยการจัดสร้างสร้างเขตพุทธาวาสเฉลิมพระเกียรติ ฯ อันประกอบด้วย คณะพระภิกษุสงฆ์ พุทธศาสนิกชนทุกเชื้อชาติและ องค์กรธุรกิจเอกชนทั้งในและนอกประเทศออสเตรเลีย และหน่วยงานของรัฐบาลไทย โดยฉเพาะอย่างยิ่ง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร
โรคป่วยทางกายบางคนอาจจะพอยืนยันได้ว่า ชีวิตเกิดมาเกือบร้อยปีแทบจะไม่เคยป่วยทางกายเลย แต่ว่าป่วยทางใจนี่ไม่มีใครสามารถที่จะยืนยันได้ว่า ตัวเองไม่เคยป่วยทางใจ ...